ข้ามไปยังเนื้อหา

แอร์: เลือก BTU ให้พอดีห้องและดูค่าติดตั้งก่อนจ่าย

แอร์ติดผนังเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ไฟมากที่สุดอย่างหนึ่งในบ้าน การเลือกขนาดให้พอดีห้องจึงมีผลทั้งความเย็นและค่าไฟ เครื่องเล็กเกินจะทำงานหนักตลอดเวลาและเย็นไม่ทัน ส่วนเครื่องใหญ่เกินเสียค่าเครื่องเพิ่มโดยไม่จำเป็น ตัวเลขที่ควรดูคือขนาด BTU ค่าประสิทธิภาพ SEER และกำลังไฟ ซึ่งผู้ผลิตระบุไว้ในหน้าสเปก

เรื่องที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือราคาที่เห็นบนหน้าร้านออนไลน์มักไม่เท่ากับเงินที่จ่ายจริง เพราะหลายลิสต์ขายเฉพาะตัวเครื่อง และค่าติดตั้งกับท่อน้ำยาคิดแยก หน้านี้จึงบอกว่าลิสต์นั้นระบุว่ารวมค่าติดตั้งหรือไม่ ถ้าลิสต์ไม่ได้ระบุชัดจะแสดงว่า "ไม่พบข้อมูล" ควรถามร้านก่อนสั่งซื้อทุกครั้ง

7 อันดับแอร์ คุ้มค่าที่สุด ปี 2026 (อัปเดต ต.ค.) →

ตัวช่วยเลือกแอร์

กรองตามงบและลักษณะบ้านจากข้อมูลที่เราตรวจแล้ว ไม่ใช่อันดับหรือคะแนน

งบประมาณ
บ้านของคุณ (เลือกได้หลายข้อ)

พบ 7 รุ่นที่ตรงเงื่อนไข เรียงตามราคาจากน้อยไปมาก

★ คือคะแนนรีวิวสินค้าจากผู้ซื้อบนหน้าร้าน Shopee และ Lazada ที่เราคัดลอกมา (ตรวจไม่เกิน 60 วัน) ไม่ใช่คะแนนของเรา และไม่ได้ใช้เรียงลำดับ

เลือกตามงบประมาณ

เลือกตามขนาด BTU

เรื่องที่ควรดูก่อนซื้อ

  1. 1. เลือก BTU ตามขนาดห้อง

    ห้องนอนทั่วไปมักเริ่มที่ราว 9,000 BTU และห้องที่ใหญ่ขึ้นหรือโดนแดดมากต้องใช้ BTU สูงขึ้น ให้เทียบกับคำแนะนำของผู้ผลิตและช่างติดตั้ง เพราะความสูงเพดาน ทิศแดด และจำนวนคนมีผลด้วย

  2. 2. ค่าติดตั้งต้องคิดรวม

    ถามให้ชัดว่าราคานี้รวมค่าแรง ท่อน้ำยา สายไฟ ขาแขวน และการเดินท่อส่วนเกินหรือไม่ บ้านที่ต้องเจาะผนังหรือเดินท่อไกลมักมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม

  3. 3. SEER สูงช่วยเรื่องค่าไฟ

    SEER บอกประสิทธิภาพตามฤดูกาล ถ้าขนาดเท่ากัน รุ่นที่ SEER สูงกว่าจะใช้ไฟน้อยกว่าเมื่อทำความเย็นเท่ากัน ควรเทียบเฉพาะรุ่นที่ BTU ใกล้กัน

  4. 4. เสียงสำหรับห้องนอน

    ถ้าจะเปิดตอนนอน ให้ดูเสียงของตัวในที่ผู้ผลิตระบุ ตัวเลขที่เราแสดงเป็นค่าแรงลมสูงสุด ซึ่งดังกว่าตอนใช้งานจริงที่ลมเบา

  5. 5. ประกันและการล้างแอร์

    ประกันคอมเพรสเซอร์มักยาวกว่าประกันตัวเครื่อง และบางเงื่อนไขต้องให้ช่างที่แบรนด์กำหนดติดตั้ง ควรอ่านเงื่อนไขก่อน และวางแผนล้างแอร์เป็นประจำเพื่อให้เครื่องทำงานได้เต็มที่

แอร์ที่เราตรวจสอบข้อมูลแล้ว (7)

เรียงตามราคาจากน้อยไปมาก